โครงการพัฒนาการสะดุดถ้าไม่หยุดสมาร์ทโฟน (คุณเปลี่ยน ลูกเปลี่ยน) อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น -

วันที่เริ่มและสิ้นสุด
กำหนดวันที่เริ่มต้น-สิ้นสุด

01/01/2567 - 31/12/2567

วัตถุประสงค์

  • เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้ดูแลเด็กเกี่ยวกับพัฒนาการและความต้องการพื้นฐานของเด็ก ด้วยความรักเอาใจใส่ใกล้ชิด อบรมเลี้ยงดูด้วยความเข้าใจ เพื่อตอบสนองความต้องการของเด็ก
  • เพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สมาร์ทโฟนของเด็กปฐมวัยและผู้ดูแล โดยต้องปฏิบัติ ตามแนวทางการลดความเสี่ยงอันตรายที่เกิดจากการใช้สมาร์ทโฟนอย่างเคร่งครัด
  • เพื่อการกระตุ้นส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่เหมาะสม ตามแนวทางการส่งเสริมสุขภาพเด็กด้วย “กิน กอด เล่น เล่า และนอน”
  • เพื่อการจัดสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศที่เอื้อต่อการพัฒนาเด็ก ทั้งที่บ้าน โรงเรียน ชุมชน และสังคมที่เกี่ยวข้องกับเด็ก

ความเป็นมา หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยจัดเป็นประเทศที่มีปัญหาเด็กติดโทรศัพท์ ติดเกมส์ เป็นอันดับต้นๆ ของโลก เพราะพ่อ แม่ขาดความเข้าใจ เลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์มือถือ ให้เล่นเกมเพื่อจะได้อยู่นิ่งๆ และอยู่ในสายตาการปล่อยให้ลูกเล่นมือถือและทิ้งลูกอยู่กับหน้าจอเพียงลำพังนานเกินวันละหลายชั่วโมง อาจส่งผลให้เด็กจดจ่อกับเรื่องราวที่ผ่านตาเร็วเกินไป และไม่ยอมละสายตาเพื่อสนใจกับสิ่งรอบตัวอื่นรอบข้าง ด้วยการเคลื่อนไหวในสื่อต่าง ๆ บนหน้าจอมือถือหรือแท็ปเล็ตที่เปลี่ยนแปลงและมีความรวดเร็ว จะทำให้เกิดปัญหาการใช้สมองในส่วนความทรงจำลดลง และหากปล่อยให้ลูกเล่นเช่นนี้เป็นประจำทุกวันจะสะสมให้เด็กเกิดอาการ “สมาธิสั้น” ได้ แนวโน้มของการใช้โทรศัพท์มือถือ การเล่นเกมและการใช้อินเทอร์เน็ตเข้ามาแทนที่ในกิจกรรมต่างๆของเด็กยุคปัจจุบันทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง ครู อาจารย์กับเด็ก ปัจจุบันผู้ปกครองหลายคนประสบปัญหาลูกมีพฤติกรรมอารมณ์ก้าวร้าว อยู่ไม่นิ่ง สมาธิสั้น ติดโทรศัพท์มือถือ ติดเกมผู้ปกครองเด็กส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับเด็กในการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางด้านร่างกาย เช่นรูปร่าง น้ำหนัก ส่วนสูง และปล่อยให้พัฒนาการของเด็กเกิดขึ้นเองตามวัยแต่ในปัจจุบันความรู้จากการศึกษาและความตื่นตัวในวิทยาการสมัยใหม่ให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กมากขึ้น ซึ่งนอกจากปัจจัยที่มีผลต่อพัฒนากรเด็กแล้ว เช่นพันธุกรรมที่ได้รับจากพ่อแม่แล้ว สิ่งแวดล้อมกับการเลี้ยงดู โดยการสร้างเสริมกิจกรรมกับเด็กผ่านการเล่นเป็นการส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่ผู้ปกครองควรทำในชีวิตประจำวันของเด็ก รวมถึงการติดตามพัฒนาการของเด็กให้เหมาะสมตามวัยไม่ว่าด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ และสติปัญญาเป็นสิ่งที่ผู้ปกครองจะละเลยไม่ได้ สิ่งต่างๆเหล่านี้จะส่งผลให้เด็กเติบโตขึ้นอย่างมีความสุขและมีคุณภาพต่อไป     อำเภอน้ำพองที่ผ่านมา ใช้คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) เป็นเครื่องมือในการคัดกรองพัฒนาการเด็ก การเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของเด็กรวมถึงการเลี้ยงลูกด้วยโทรศัพท์มือถือ ร่วมกับผู้ปกครองผู้ดูแลเด็กให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก การคัดกรองค้นหาเด็กที่มีปัญหาด้านโภชนาการและพัฒนาการและการส่งเสริมการเลี้ยงลูกโดยไม่ใช้มือถือได้ รวมถึงการคัดกรองเด็กเมื่อพบว่าเด็กที่พัฒนาการสงสัยล่าช้า 3 ปีย้อนหลังในปี 2563 – 2565 คิดเป็นร้อยละ 28.07,29.79 และ 26.70 ตามลำดับ และ เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า ส่งกระตุ้นพัฒนาการ 3 ปีย้อนหลังดังนี้ 21 ,23 และ 17 คน ตามลำดับ แม้ว่าจะแนะนำให้ผู้ปกครองกระตุ้นพัฒนาการโดยพ่อแม่ แต่อย่างไรก็ตามยังมีเด็กอายุ 0-6 ปี ที่ไม่ได้รับการดูแล เฝ้าระวัง กระตุ้น และส่งเสริมพัฒนาการและโภชนาการตามช่วงวัยอย่างเหมาะสม ทั้งจากครอบครัว ชุมชน รวมถึงหน่วยบริการที่ดูแลกลุ่มเด็กเหล่านี้ เช่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนระดับอนุบาล เป็นต้น ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กอายุ 0-6 ปี ที่มีพัฒนาการสงสัยล่าช้าและภาวะโภชนาการ โดยอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เห็นความสำคัญของปัญหาและร่วมกันป้องกันแก้ไข โดยอาศัยภาคีเครือข่ายต่างๆ ทั้งในและนอกระบบบริการสาธารณสุข เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของพ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูเด็ก ให้เกิดความรอบรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลี้ยงดูเด็กให้เหมาะสมตามช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านโภชนาการ ทันตสุขภาพ และพัฒนาการ และการไม่เล่นโทรศัพท์มือถือ ให้สามารถเฝ้าระวัง กระตุ้น ส่งเสริม แก้ไขปัญหาจึงได้ทำโครงการนี้ขึ้น

เวลา/แผนการดำเนินงาน/ขั้นตอนการดำเนินงานโครงการ

การกำกับติดตามและการประเมินผล

1.กิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่โดยบุคลากรโรงพยาบาลน้ำพอง และมีการให้ยืมนิทานกลับบ้านและมีเครื่องเล่นส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่ลานส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 1.อบรมเชิงปฏิบัติการคัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยโดยใช้คู่มือ 1DSPM 1.1จัดประชุมชี้แจงวัตถุประสงค์ ขอบเขตการดำเนินโครงการ การติดตามและประเมินผลโครงการ 1.2 อบรมอบรมเชิงปฏิบัติการคัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยโดยใช้คู่มือ DSPM 2.ปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการส่งเสริมพัฒนาการเรีบนรู้ของเด็ก เช่น สนามเด็กเล่น out door และ in door ผู้ติดตามโครงการ : คณะอนุกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัย SMART kids อำเภอน้ำพองวิธีการประเมินผล 1.แบบรายงานการประชุม 2.แบบสรุปผลการจัดอบรม 3.แบบรายงานสรุปการจัดซื้ออุปกรณ์ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก 4.ภาพถ่าย
2.จัดกิจกรรมการส่งเสริมพัฒนาการเด็กการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วมPreschool Parenting Program: Triple P) Plus 4D สำหรับเด็กกลุ่มปกติและที่สงสัยพัฒนาการล่าช้าและพัฒนาการล่าช้า ผ่านโรงเรียนพ่อแม่โดยบุคลากรกลุ่มงานบริการปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลน้ำพอง ตามรอบจำนวน 6 รอบเมื่อมีผู้รับบริการที่ฝ่ายตามเกณฑ์ดังนี้ โรงเรียนพ่อแม่ครั้งที่1 ที่งานปฐมภูมิ หญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ครั้งแรกที่อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ โรงเรียนพ่อแม่ครั้งที่2 ที่งานปฐมภูมิ หญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ ที่อายุครรภ์ 34 สัปดาห์ โรงเรียนพ่อแม่ครั้งที่3 ที่งานห้องคลอด หญิงหลังคลอดภายใน 48 ชั่วโมง โรงเรียนพ่อแม่ครั้งที่4 ที่งานปฐมภูมิ คลินิกเด็กดี ที่อายุ 2 เดือน โรงเรียนพ่อแม่ครั้งที่5 ที่งานปฐมภูมิ คลินิกเด็กดี ที่อายุ 9 เดือน โรงเรียนพ่อแม่ครั้งที่6 ที่งานปฐมภูมิ คลินิกเด็กดี ที่อายุ 18 เดือนผู้ติดตามโครงการ : คณะอนุกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัย SMART kids อำเภอน้ำพองวิธีการประเมินผล 1.แบบรายงานผลการการดำเนินกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ในหน่วยบริการปฐมภูมิและองค์รวม 2.แบบรายงานการตรวจพัฒนาการเด็ก 3.แบบสำรวจการใช้มือถือในเด็กอายุ 0 – 5 ปี 4.แบบรายงานผลการดำเนินงาน 5.ภาพกิจกรรม
3.จัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กและการสร้างวินัยในหมู่บ้าน ในหมู่บ้านเป้าหมายซึ่งเป็นหมู่บ้านรับผิดชอบของนักบริบาลชุมชน 1 ครั้ง/เดือนจำนวน 6 ครั้ง โดยนัดผู้ปกครองเด็กและผู้เลี้ยงดูเด็ก อสม. นักบริบาลชุมชน ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน เข้าร่วมประชุมที่ศาลากลางบ้านเพื่อเรียนรู้เรื่องการส่งเสริมพัฒนาเด็ก เริ่มจากประชุมให้เห็นความสำคัญเห็นโทษเห็นประโยชน์ของการร่วมและไม่ร่วมกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็ก ดังมีรายละเอียดดังนี้ ครั้งที่1 ประชุมประชาคม ทั้งผู้นำชุมชน อสม. ผู้ปกครองเด็ก เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกัน ครั้งที่2–5 จัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการเด็กการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วม(Preschool Parenting Program: Triple P) Plus 4D กับผู้ปกครอง และเด็กทั้งกลุ่มปกติ และสงสัยพัฒนาการล่าช้า ครั้งที่6 ประชุมประชาคมสรุปผลการดำเนินงาน และ ร่วมออกแบบของเล่น และสนามเด็กเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาเด็กให้เหมาะสมกับบริบทในแต่ละพื้นที่ ผู้ติดตามโครงการ : คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโรงเรียนพ่อแม่ในชุมชน  - ตำบลน้ำพอง - ตำบลสะอาด - ตำบลม่วงหวานวิธีการประเมินผล 1.แบบรายงานผลการการดำเนินกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ในชุมชน 2.แบบรายงานการตรวจพัฒนาการเด็กโดยนักบริบาลชุมชน 3.แบบสำรวจการใช้มือถือในเด็กอายุ 0 – 5 ปี โดยนักบริบาลชุมชน 4.แบบรายงานผลการดำเนินงาน 5.ภาพกิจกรรม
4.ครูเข้าอบรมการจัดการเรียนการสอนตามโครงการ ICAP เป็นรูปแบบการเรียนการสอนแบบ Active Learning ตามแนวทาง High Scope โดยเน้นเด็กเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมให้เด็กมีการใช้ประสาทสัมผัสให้ครบทุกด้านผ่านการเล่นที่มีชีวิตชีวาเพื่อเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิต โดยมีครูเป็นผู้สนับสนุนให้เด็กลงมือกระทำด้วยตนเองประชุมคณะกรรมการเพื่อดำเนินงาน ครูในศูนย์เด็กเล็กเป้าหมายเข้าอบรมการจัด การเรียนการสอนตามโครงการ ICAP เป็นการเรีบนแบบ Active Learning เด็กเป็นศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์เด็กเล็กเป้าหมายปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการเรียนรู้ครูศูนย์เด็กเล็กเป้าหมายทดลองจัดกระบวนการเรียนการสอนตามบริบทในพื้นที่ตนเองคณะกรรมการลงพื้นที่เยี่ยมเสริมพลังประเมินผลการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กผู้ติดตามโครงการ : คณะอนุกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัย SMART kids อำเภอน้ำพองวิธีการประเมินผล 1.แบบรายงานการประชุมคณะทำงาน 2.แบบรายงานการตรวจพัฒนาการเด็ก 3. การสังเกต พูดคุย สอบถามเด็ก ครู ผู้ปกครองเด็ก 4.แบบรายงานผลการดำเนินงาน 5.ภาพถ่ายกิจกรรม

กิจกรรม

  • กิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่โดยบุคลากรโรงพยาบาลน้ำพอง และมีการให้ยืมนิทานกลับบ้านและมีเครื่องเล่นส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่ลานส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
  • ส่งเสริมพัฒนาการเด็กการส่งเสริมพัฒนาการและสร้างวินัยเชิงบวกโดยครอบครัวมีส่วนร่วม(Preschool Parenting Program: Triple P) Plus 4D สำหรับเด็กกลุ่มปกติและที่สงสัยพัฒนาการล่าช้าและพัฒนาการล่าช้า
  • ส่งเสริมพัฒนาการเด็กและการสร้างวินัยในหมู่บ้าน ในหมู่บ้าน
  • ส่งเสริมพัฒนาการเด็กและการสร้างวินัยบูรณาการเข้ากับหลักสูตรการเรียนการสอนในเด็กปฐมวัยในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 4 ศูนย์ในพื้นที่เป้าหมาย